เที่ยวบ้านภู มาดูหัวใจคนเปี่ยมวัฒนธรรม... “ภูไท (ผู้ไทย)”

แชร์หน้านี้ให้เพื่อนๆของคุณ
“อ้ายเอ๊ย...สาวภูไทยังคอยถ่า คอยว่างมานานหน้อ อ้ายล่ะมาขอน้องไปแต่ง........อยากบอกว่าสาวภูไท ยังคอยอ้ายอยู่เสม๋อ” เสียงลูกคอใสๆ ของกิ๊ก ศุภกานต์ ผสมกับเสียงดนตรีหมอรำสมัยใหม่เคล้าเสียงแคนดังแว่วมา  ในเพลงสาวภูไทยังคอย  ฟังๆ ไป ก็นึกไปว่าสาวภูไทคนนี้ช่างจิตใจมั่นคงในรักเสียจริง  แต่ถ้านานขนาดนั้น เป็นเราคงไม่รอ 555 (แอบเจ้าชู้เล็กๆ ^^ อุ๊ยๆๆๆ ไปไกลแระ กลับมาๆ...)

ในบทเพลงนี้ เอิ้นถึงสาวภูไท ที่คอยผู้บ่าวมาขอ แต่เอ๊ะๆๆๆ สาวภูไทคือใครหนอ สาวภูไทเป็นใครหน่อ น้องเอยๆ (ไม่จบๆ 555)… คุณคะ หันมาฟังทางนี้กันค่ะ อย่าได้รอช้าถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมภูไท ต้องมาที่นี่ค่ะ “บ้านภูโฮมสเตย์” จังหวัดมุกดาหาร ชุมชนที่นำความเป็นภูไทแท้ๆ มานำเสนอได้อย่างน่าจดจาร

แม้จะเห็นวัฒนธรรมของหลายๆ ที่มาพอสมควร แต่การเดินทางมาที่บ้านภูครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เป็นสปาย (สายลับวัฒนธรรม...อันนี้ตั้งเองค่ะ 55) ส่องวิถีภูไทว่าจะน่าประทับใจเพียงใด ป่ะ... ไปดูกันค่ะ

ค่ำนี้มีทัวร์ผู้สูงอายุกลุ่มใหญ่มานำขบวนที่นี่ด้วย เมื่อมาถึงคุณลุงคุณป้าก็เข้าเก็บข้าวของในโฮมสเตย์และพักผ่อนตามอัธยาศัย  พอฟ้าค่อยๆ ลาลับ ก็ได้เวลาร่วมกิจกรรมที่ชาวบ้านภูตระเตรียมไว้ต้อนรับพวกเรา

ขอคั่นเวลาฟังสาระดีๆ กันสักครู่นะคะ ชาวภูไทเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทย และแคว้นสิบสองปันนา (ส่วนเหนือของลาวและเวียดนาม ติดกับส่วนใต้ของจีน) อพยพมาตั้งหลักปักฐานในไทยบริเวณจังหวัดนครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร สกลนคร หนองคาย อำนาจเจริญ อุบลราชธานี อุดรธานี ร้อยเอ็ด และยโสธร ชาวภูไทเป็นคนขยัน อดออม เรียบง่าย และที่บ้านภูนี้จะเน้นเรื่องการศึกษาเป็นอันดับแรก โดยสมาชิกทุกบ้านจะมีการประกอบอาชีพหลักกันทุกคนและมีกิจกรรมเสริมในการเผยแพร่วัฒนธรรมอย่างที่เราจะได้ชมกันในยามว่างงาน  เรียกว่า วางอนาคตให้ลูกหลานใช้ชีวิตอย่างมั่นคงนั่นเองล่ะค่ะ  

และแล้วก็มาถึงสาวภูไทที่เราตามหา แม่ค้าร้านเช่าชุดภูไทและแต่งผมนั่นเอง  ลักษณะเด่นของสาวภูไทจะสวมเสื้อแขนกระบอกสีครามหรือสีดำ มีขลิบแดงตามขอบผ้า พันผ้าสไบกว้างประมาณ 1 คืบโดยมีการทอลายแตกต่างกันออกไป มีเข็มขัดเงินคาดเอว นุ่งซิ่นทอสีแดงดำพร้อมลวดลาย มุ่นมวยผม ติดลูกไม้หรือดอกไม้ ก็เป็นอันเสร็จพิธี สวยในแบบภูไท ส่วนชายชาวภูไทก็ใส่เสื้อผ้าผ่ากลางอก นุ่งโสร่ง คาดผ้าขาวม้าที่เอว และพันผ้าที่ศรีษะ โดยสีของเครื่องแต่งกายที่ใช้จะเป็นสีครามหรือดำ ผสมขลิบแดง

เมื่อช่วงเวลาดีๆ มาถึง เสียงกลอง ฉิง ฉาบดังก้องมาจากถนนหน้าวัด พร้อมด้วยชาวบ้านในชุดภูไทสวยงาม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยขบวนดังกล่าวจะขนอุปกรณ์ทำมาหากิน อาทิ ยอยกปลา กระบุง สวิง เป็นต้น เดินนำขบวนด้วยลุงป้า ตามด้วยเหล่าภูไทตัวน้อย ที่ร้องเล่นกันสนุกสนาน เรียกว่าเป็นแบบฉบับการต้อนรับของบ้านภูเขาเลยค่ะ 

เดินเข้าหน้าวัดตรงมาลานวัฒนธรรม ที่ตกแต่งธงทิวไฟประดับหลากสี แสงหลัวละมุนดูสวยงามตาเป็นลานกว้าง เคล้ากลิ่นอายภูไทไปทั่วบริเวณทั้งเจ้าบ้านและผู้มาเยือน และแล้วความสนุกสนานของลานวัฒนธรรมบ้านภูแห่งนี้ก็เริ่มขึ้น เสียงเพลงดังขึ้นเร่งเล้าให้ผู้มาเยือนขยับยักย้ายส่ายเอวไปกับเพลงเซิ้ง ต่อด้วย บาสโลป (ท่าเต้นของชาวลาวที่นิยมเต้นกันในงานรื่นเริงต่างๆ ) ก่อนจบเพลงที่สามด้วยหมอลำ ทำเอาได้เหงื่อกันไปพอสมควร ^^ จากนั้นพวกเราก็มานั่งพักชมการแสดงของลูกหลานชาวภูไท อีกหลายชุด

และแล้วก็ถึงจุดไคลแมกซ์ (climax) ของงาน ขบวนต้อนรับเมื่อครู่ก็เดินไปนำพานบายศรีมาวางที่กลางลาน ต่อด้วยการรำบายศรีสู่ขวัญของภูไทตัวน้อยจบลง  หมอขวัญ 2 ท่าน นั่งประชิดพานบายศรี ตามด้วยวงล้อมของผู้มาเยือนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง  การบายศรีสู่ขวัญเริ่มร่าย ทุกคนเริ่มนิ่ง พร้อมพนมมือไว้หว่างอก พิธีการบายศรีสู่ขวัญดำเนินมาประหนึ่งต้องมนต์สะกด ห้วงเวลาสำคัญนี้ได้หลอมรวมทั้งคนต่างถิ่นและเจ้าบ้านให้กลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งเสี่ยวภูไทเดียวกัน เมื่อจบการร่าย หมอขวัญทั้งสองจึงนำด้ายสายสิญจน์ที่ร่ายมนต์จัดแจงผูกข้อไม้ข้อมือให้กับผู้มาเยือน พร้อมรับคำอวยพรกันอย่างชื่นมื่น จากนั้นจึงล้อมวงพาแลงรับประทานร่วมกันอย่างปลื้มปริ่ม… ค่ำคืนนี้ นอกจากลานวัฒนธรรมจะเต็มไปด้วยสีสันของแสงไฟ  ชุดภูไทก็สวยในแบบฉบับคนบ้านภู แถมพระจันทร์คืนนี้ว่างามแล้ว แต่ความงดงามของวัฒนธรรมที่ชาวบ้านภูมอบให้พวกเรา ก็เป็นตาฮักอีหลี

..............................

 

อาทิตย์ทอแสงอ่อนของวันใหม่ วันนี้เป็นการเรียนรู้ของฐานกิจกรรมต่างๆ ที่ทางบ้านภูจัดเตรียมไว้

 

ฐานทอผ้าฝ้ายลายขิด ฐานการเรียนรู้ด้านการทอผ้าฝ้ายเพื่อทำเป็นผืนผ้าสำหรับตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่ม ผ้าคลุมไหล่ โดยใช้สีจากวัสดุธรรมชาติในการย้อมเส้นไหมที่ได้หลากหลายสีสัน และถักทอหลากลวดลายอย่างใส่ใจ ซึ่งเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับชาวบ้านภู ในนาม “ภูฝ้าย” โดยท่านสามารถซื้อผ้านี้ได้จากหน้าโรงทอผ้า หรือ ร้านค้าประชารัฐที่เตรียมไว้จำหน่ายผู้มาเยือนหน้าลานวัฒนธรรมได้  ส่วนสนนราคาก็ไม่แพงเลย เลือกสีเลือกแบบได้ตามชอบใจ

 ฐานศิลปะ ฐานนี้ได้พี่คุง วรวัตน์  สุนทรส ศิลปินน้องใหม่ที่มาพร้อมพรสวรรค์ในการเกาะสลักไม้แบบลอยตัวที่สลับซับซ้อนจนต้องทึ่งสุดๆ ว่า พี่เขาทำได้อย่างไร ซึ่งพี่คุงก็ไม่ได้จบทางด้านศิลปะ แต่แกทำเพราะใจสั่งมา (พี่เสกมาเองเลย 55) เลยได้ไม้แกะสลักที่มีความพิศวงและต้องยอมรับในสุดยอดฝีมือจริงๆ  อีกทั้งภาพวาดสุดเฟี้ยว ถ้าบอกว่าพี่เขาไม่มีความรู้เรื่องศิลปะเลย เป็นใครก็คงไม่เชื่อ แต่เชื่อเถอะค่ะ ชิ้นนี้ก็ใจสั่งมาอีกตามเคย ใครอยากรู้ว่าสวยแค่ไหน ต้องมาบ้านภูค่ะ เพราะงานแฮนด์เมด (handmade) มีชิ้นเดียวเท่านั้นค่ะที่กว่าจะรังสรรค์ออกมาได้ขนาดนี้

ฐานการทำสบู่สมุนไพร ฐานนี้ได้พี่ๆ กลุ่มแม่บ้านเข้ามาทำการสาธิตการผลิตสบู่สูตรสมุนไพรต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นฟักข้าว ดาวอินคาและน้ำผึ้ง มะขาม เป็นต้น ก็ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย แม้ว่ากระบวนการในการผลิตจะใช้เวลาสักหน่อย แต่ลุงๆ ป้าๆ ก็รอได้ แถมจัดกันไปคนละหลายก้อน เป็นอีกหนึ่งของฝากจากบ้านภูเขาล่ะค่ะ จะถูกใจแค่ไหน ต้องมาซื้อไปลองใช้กันดูค่ะ แต่ที่แน่ๆ ส่วนผสมจากธรรมชาติใช้แล้วปลอดภัยแน่นอน

ฐานเรียนรู้ภูมิปัญญาบ้านภู ฐานนี้เป็นการจัดเก็บเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ของเล่นในอดีตของชาวบ้านภู ซึ่งก็มีหลายชิ้นที่ก็ยังไม่เคยเห็นค่ะ โดยชาวบ้านภูก็ค่อยๆ รวบรวมเพื่อเก็บไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ดูกัน ในวันที่พวกเขาลาลับไป

 

ฐานเศรษฐกิจพอเพียง ฐานนี้ได้พี่กลแก้ว อาจวิชัย แอบกระซิบทีมงานให้ตามมาดูอีกหนึ่งวิถีที่ชาวบ้านภูคลุกคลีอยู่ทุกวัน ภายในสวนประกอบด้วยแปลงผักอินทรีย์หลากชนิด เลี้ยงไก่ เป็ด ห่าน หมู วัว และไม้ผลอีกหลายชนิด รวมทั้งนาข้าว แม้ว่าจะไม่ได้ทำการเกษตรแบบฟาร์มใหญ่ แต่เพียงเท่านี้ พี่กลแก้วก็มีความสุขกับความพอเพียงแล้ว

 

เป็นไงบ้างคะ ทัวร์บ้านภูกันพอหอมปากหอมคอ ถ้ามีเวลามากกว่านี้คงได้ตะลุยกันอีกหลายฐาน แต่ไมเป็นไรเนอะ แค่ตามหาสาวภูไทเจอก็ถือว่าภารกิจสำเร็จ แถมไม่ได้สำเร็จธรรมดา ทุกคนที่มาต่างอิ่มอกอิ่มใจในมิตรไมตรีของชาวบ้านภู และรับรู้ถึงวิถีภูไทอย่างไม่รู้ลืม เหมือนกับบทเพลงของคนบ้านภูที่ได้ประพันธ์ไว้

  

“บ้านภูไทยเราร่วมใจพัฒนา                           หญิงชายทั่วหน้าสามัคคีกลมเกลียว

จิตใจแน่นเหนียวเกี่ยวพันดั่งครอบครัวใหญ่            เชื้อสายภูไทมีไมตรีสมานกันมั่น

ร่วมกันรักษาหวงแหนแผ่นดินปู่ย่า                     เราจะพัฒนาประชาร่วมคิดสร้างสรรค์

พัฒนาบ้านภูชื่อรุ่งเรืองเร็วพลัน                        มากกลุ่มสัมพันธ์บ้านภูแดนทอง…ฯ”

(เพลงบ้านภูแดนทอง)

 

การเดินทาง บ้านภู อยู่ห่างจากว่าการอำเภอหนองสูง 7 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดมุกดาหาร 57 กิโลเมตร ใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2370 (สายหนองสูง – นิคมคำสร้อย) จากนิคมคำสร้อยใช้ระยะทาง 29 กิโลเมตร

 

สนใจติดต่อบ้านภูโฮมสเตย์ 74 หมู่ 1 ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร 49160

นายถวัลย์ ผิวขำ ประธานโฮมสเตย์  โทร 087-2301599 

นายบุญธรรม แก้วศรีนวม รองประธาน  โทร 085-4793837 

หรือ สนใจชุมชนท่องเที่ยววิถีไทยอื่นๆ ติดตามได้ที่ www.tourvtthai.com  

หรือ ติดตาม Facebook ของเราได้ที่ https://web.facebook.com/tourvtthaidotcom/notifications/

แล้วมาร่วมเที่ยวทั่วไทยกับ ธ.ก.ส. กันนะคะ

Loading...

ท่องเที่ยววิถีพอเพียง อัพเดตล่าสุด