“บางพัฒน์” พัดหัวใจ (คุณ) ให้ติดกับ...

แชร์หน้านี้ให้เพื่อนๆของคุณ
ว่ากันว่า...การออกไปท่องเที่ยวก็เหมือนได้ตักตวงประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับตัวเอง วันนี้ตัวเล็กจึงพาทุกท่านมาเปิดหูเปิดตากับแหล่งท่องเที่ยว

ที่ชวนให้อิ่ม อิ๊ม อิ่ม กับอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะ “ปูม้า” ที่มีให้ได้หม่ำกันตลอดทั้งปี พร้อมรับลมเย็นๆ ชมบรรยากาศสวยๆ ของปากอ่าวทะเลพังงาที่ “บ้านบางพัฒน์” กันค่ะ

 

“บ้านบางพัฒน์” หมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางป่าโกงกางขนาดใหญ่ มีลำน้ำจากทะเลพังงาในตำบลบางเตยพาดผ่าน อดีตถูกเรียกขานในนามว่า“บ้านลิง” เพราะมีฝูงลิงนับร้อยตัวอาศัยอยู่ ซึ่งในครั้งแรกนั้นสถานที่ตรงนี้เป็นที่ปลูกกระท่อมสำหรับพักตอนมาออกหาปลาในยามค่ำคืนเพียงไม่กี่หลังเท่านั้น แต่พอเห็นว่าเป็นทำเลดี สามารถออกทะเลได้ตลอด ชาวบ้านจึงทยอยมาปลูกเรือนอยู่จนเป็นชุมชนบ้านบางพัฒน์ในปัจจุบัน

 

ไม่เพียงบรรยากาศดีเท่านั้น ที่นี่ยังถือว่าเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทั้งป่าชายเลน และสัตว์น้ำ จนเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยว ดูงาน จัดกิจกรรมชายฝั่ง เป็น “แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” ที่ทำให้ใครหลายๆ คนมาแล้ว บอกว่ามา “ไม่เสียเที่ยว”

 

ทีมงานของตัวเล็กเดินทางมาที่หมู่ที่ 8 ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา มาหยุดที่ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามกับชุมชนบางพัฒน์ ซึ่งมี “พี่สุกัญญา” ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านบางพัฒน์มารอต้อนรับที่ลานจอดรถ พร้อมด้วยเบลบอย(bellboy) และรถเข็นกระเป๋าในแบบบ้านๆ (ซาเล้งนั่นเองค่ะ) พาพวกเราเดินข้ามสะพานซีเมนต์ขนาดยาว (ตอนแดดร่มลมตกมายืนรับลมชมวิวได้สบายๆ) มาหยุดอยู่ที่บ้านพี่สุกัญญา หนึ่งในแปดของกลุ่มสมาชิกโฮมสเตย์ ซึ่งเปิดบ้านรอต้อนรับพวกเราในวันนี้

 

บ้านไม้สองชั้นปลูกขนานลงไปกับแนวทะเล (รูปร่างคล้ายๆ บ้านต้นไม้ค่ะ) ชั้นล่างเปิดโล่งรับลมรอบทิศทาง มีโต๊ะรับประทานอาหารและเตียงขนาดย่อมๆ ให้เราได้นั่งเล่นนอนเล่นชมวิวสวยๆ วิถีชีวิตคนในชุมชน กระชังปลา ธนาคารปู และเรือหัวโทงที่ลอยลำอยู่ในทะเล (อย่าเผลอนอนนานนะคะ อาจเคลิ้มหลับได้)

 

เราไต่บันไดขึ้นดูชั้นบนของโฮมสเตย์ที่แบ่งเป็นห้องพัก 3 ห้อง ห้องละ 2 ท่าน และ 4 ท่าน เป็นห้องพัดลม หรือหากอยากนอนที่ว่างด้านนอกห้อง สามารถขอมุ้งเสริมนอนรับลมทะเลเย็นๆ ได้สบายๆ
เก็บของกันเรียบร้อย พี่สุกัญญาจึงแนะนำกิจกรรมของชุมชนให้เราได้เลือกตามระยะเวลาที่เรามาพัก มีทั้งล่องเรือชมธรรมชาติ ปลูกป่าชายเลน ดูการทำประมง เลี้ยงหอย เลี้ยงปลา ชมธนาคารปู ดูกิจกรรมในชุมชน หรือใครอยากไปไกลสักหน่อย ก็นั่งเรือไปตามเกาะ อาทิ เกาะปันหยี เกาะตังเลน เขาตะปู ถ้ำลอด ซึ่งราคาก็แตกต่างกันไปตามสถานที่ไป (โปรแกรมในชุมชนรวมที่พักและอาหารคืนละประมาณ 1,000 บาทต่อท่านค่ะ แต่ถ้าต้องเดินทางไปไกลสักหน่อยก็ลองสอบถามราคากับพี่สุกัญญาดูนะคะ รับรองว่ายิ่งมากันเยอะๆ ยิ่งคุ้มแน่นอนค่ะ)

 

ครั้งนี้ตัวเล็กมีเวลาค่อนข้างน้อย มาถึงที่นี่ก็บ่ายแก่ๆ ซะแล้ว จึงเลือกโปรแกรมสบายๆ มาแบบพักผ่อนนอนเล่นให้เต็มที่กับการสัมผัสวิถีชีวิตภายในชุมชน และชมช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางท้องทะเลกว้าง สายลมเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ ของบ้านบางพัฒน์ว่าจะสุดยอดแค่ไหน และที่จะขาดเสียมิได้ก็คือการได้มาลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ และเมนูฝีมือเหล่าแม่ครัวหัวป่าก์ของที่นี่นั้นจะอร่อยเด็ดขนาดไหน...ทริปนี้มีให้ลองค่ะ

 

พวกเราเดินชมวิถีชีวิตแรกไปตามทางซีเมนต์รอบหมู่บ้านเข้าซอยโน้นออกซอยนี้จนทั่ว (ขออวดดีไปกันเองค่ะ พี่สุกัญญาบอกตามสบาย ที่นี่ปลอดภัยหายห่วง เดินมึนๆ แอบถามโน่นนี่ พี่ๆ เขาก็ใจดีตอบคำถามที่อยากรู้ค่ะ) แต่ถ้าใครอยากมีไกด์ส่วนตัวพาไป ขอแนะนำ “เด็กชายณรอน” ค่ะ น้องเป็นเด็กๆในชุมชน สามารถพาไปชมจุดต่างๆ ได้ดีทีเดียว ส่วนใหญ่วิถีชีวิตที่นี่จะเน้นการทำประมงโดยเฉพาะ “อวนปูม้า” ที่เราจะเห็นได้ชัดในเกือบทุกครัวเรือน ด้วยการนั่งปลดปูออกจากอวนทีละตัวๆ ปลดกันไปคุยกันไปเพลินๆ ดูแล้วง่ายจัง แต่พี่ๆ เขาบอกว่าถ้าไม่ชำนาญอาจโดนปูหนีบได้ค่ะ ดังนั้นพี่ๆ จึงแนะวิธีการนำปูออกมาให้เราได้ชม (พอลงมือทำเองมันไม่ง่ายอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย...ระวังปูหนีบ )

 

จากนั้นก็จะถึงแผนก “สาวอวน” ซึ่งแผนกนี้ก็จะเป็นการนำอวนพาดกับท่อนไม้แล้วดึงลงมา โดยจะต้องมีคนจับด้านข้างของอวนทั้ง 2 ข้าง สาวอวนไป เก็บเศษไม้เศษผงปลาเล็กปลาน้อยไป เพื่อเป็นการทำความสะอาดอวนไปด้วย ซึ่งเราจะเห็นเด็กๆ ตั้งหน้าตั้งตารับผิดชอบภารกิจอย่างขะมักเขม้น (พ่อแม่จะเป็นผู้สอนให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะช่วยแบ่งเบาการงานของครอบครัวและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ค่ะ น่าชื่นชมน้องๆ จริงๆ ค่ะ)

 

ใกล้ๆ กันเราก็จะพบกับการ “แกะเนื้อปูม้า” ขอบอกว่าเพิ่งถึงบางอ้อว่าเขาแกะเนื้อปูอย่างไรให้ได้เนื้อปูเป็นช่อสวยงาม เต็มคำ ได้เนื้อปูทุกส่วน เหมือนในร้านอาหารก็วันนี้แหละค่ะ กว่าจะได้แต่ละช่อก็ต้องใช้เวลาพอสมควร (มิน่าราคาเนื้อปูแกะถึงแพ๊งแพง) ฉะนั้นต้องไปตามดูเคล็ดลับนี้ให้ได้ค่ะ

 

หลังจากเดินดูในแต่ละครัวเรือนกันแล้วซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีวิถีชีวิตที่คล้ายๆ กัน อาจจะมีแตกต่างไปในบางบ้านที่มีการปลูกกล้าไม้เพื่อขายแต่ก็ไม่มากเท่าประมง รวมถึงการทำกะปิที่เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งกรรมวิธีต้องใช้เวลานานหลายวัน กุ้งเสียบกรอบอร่อยสำหรับโรยหน้าทำน้ำพริกกุ้งเสียบหรือทานเล่น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีวางขายที่ร้านกาแฟในชุมชนค่ะ ฝีมือพี่ๆภายในชุมชนนี่เองลองอุดหนุนกันดูค่ะ

 

เดินเลียบริมคลองมาเรื่อยๆ ก็มาถึงกระชังปู หรือที่เรียกว่า “ธนาคารปู” ซึ่งโครงการนี้ก็ถือว่าได้รับความสนใจและดำเนินการกันในหลายชุมชน ประโยชน์นั้นก็เพื่อปูม้าจะได้ไม่สูญพันธุ์ ซึ่งถือว่าเป็นแบบอย่างในการช่วยยืดอายุระบบนิเวศน์และห่วงโซ่อาหารให้คนในชุมชนได้อาศัยประโยชน์ในระยะยาว โดยเฉพาะปูม้าของที่นี่มีให้ได้จับมาบริโภคกันตลอดทั้งปี ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพทำเงินของชุมชนบ้านบางพัฒน์และอาหารหลักของที่นี่...

 

...19.00 น. ก็ถึงเวลาเปิบเมนูอร่อย ฝีมือเหล่ามะๆ (แม่ๆ) ที่วางอาหารจานร้อนซีฟู๊ดทะเลตัวโตๆ ให้เราได้อร่อยมื้อใหญ่กับปูม้าสดตัวโตนึ่งร้อนๆ (หน้าตามันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน แต่ปูก็หน้าเหมือนๆ กันอย่าคิดมากค่ะ ลองสักตัวสองตัวเดี๋ยวเราก็จำมันได้เอง...อร่อยสุดๆ) พร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดแซบๆ น้ำพริกกะปิพร้อมผักต้มและสด กุ้งทะเลสดตัวใหญ่ราดซอสรสกลมกล่อม ยำมะม่วงกุ้งเสียบปลาหมึกสามรสจี๊ดจ๊าด จัดวางในจานได้สวยงามน่ารับประทานไม่แพ้ร้านอาหารเลยทีเดียว...แต่ละเมนูอร่อยเรียบเลยค่ะ (อย่าได้เหลือไว้นะคะเดี๋ยวจะเสียดาย มิเสียแรงที่เดินทางมาไกลแต่อร่อยเกินคาดจริงๆ ค่ะ)

 

หรือหากใครอยากทานอาหารทะเลชนิดอื่นที่ทางโฮมสเตย์ไม่ได้จัดไว้ ก็สามารถสั่งเพิ่มได้ สนนราคาก็ไม่แพงค่ะ อย่างเช่นพี่ๆ ทีมงานสั่งปลากระพงทอด เราก็สามารถเลือกขนาดกันสดๆ ที่กระชังได้เลยค่ะ ตัวโต น่าเจี๊ยะมากเลย เมื่อได้วัตถุดิบ จะรอให้มะทำแล้วนำมาเสิร์ฟถึงที่ก็ได้ค่ะ หรือหากอยากลองปรุงเมนูกับเขาด้วย มะก็ไม่ขัดข้อง ร่วมกิจกรรมกันได้สนุกสนานทีเดียว (สำหรับแม่บ้านที่ชอบการทำอาหาร ไม่น่าพลาดที่จะไปเรียนรู้เมนูรสชาติจัดจ้านของที่นี่นะคะ)

 

หลังจากอิ่มมื้อโต ต่างคนก็แยกย้ายเข้าพักผ่อน บรรยากาศในยามค่ำคืนของที่นี่เงียบสงบค่ะ เงียบมากๆ อากาศก็บริสุทธิ์ ลมเย็นๆ ในยามดึกค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ จนไม่ต้องเปิดพัดลม เพียงแง้มบานหน้าต่างเราก็จะได้รับลมเย็นสบายๆ แล้วค่ะ ส่วนเรื่องยุงในช่วงดึกนั้นอาจมีบ้าง แต่ที่นี่ลมแรงมากแบบว่าพัดลมชิดซ้ายจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องยุง ความวุ่นวายของที่นี่ก็ไม่มี พลบค่ำก็เข้านอนกันแล้ว เราจึงได้เห็นความเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ และที่สำคัญในคืนนี้คงต้องเตรียมตัวนอนให้เต็มที่หลังอิ่มกับเมนูอร่อยๆ จนพุงกาง และพร้อมสำหรับไปชมความงามของท้องทะเลกันในวันรุ่งขึ้น

 

...07.00 น. เราเตรียมพร้อมไต่บันไดลงสู่เรือหัวโทงในรุ่งเช้า เดินทางออกสู่ท้องทะเลฝ่าหมอกบางเบาและอาทิตย์ที่เริ่มทอแสงอ่อนๆ อากาศในยามเช้าค่อนข้างเย็นค่ะ ชื้นนิดๆ เพราะเมื่อคืนฝนตก (พอสายสักนิดก็เริ่มอุ่นๆ ขึ้นอีกหน่อย) เรานั่งเรือมาประมาณ 20 นาที ออกสู่ท้องทะเลไม่ไกลจากโฮมสเตย์เท่าใดนักเพื่อมาดูวิถีการทำประมง

 

ทิวทัศน์ริมสองฝั่งของปากอ่าว เราจะพบกับเรือประมงขนาดเล็กค่ะ กำลังแรงเครื่องไม่เยอะ จะออกหาปลาอยู่ริมฝั่ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็น “เรือหัวโทง” ตามแบบฉบับเรือทางภาคใต้ กำลังสาวอวนเก็บกุ้งปลาขึ้นเรือที่มาวางอวนไว้เมื่อตอนค่ำ นายท้ายค่อยๆ เทียบลำเรือเข้าใกล้พี่ที่กำลังสาวอวนเพื่อให้เราดูปริมาณปลา (ในตอนค่ำนายท้ายผู้นี้ก็ต้องออกหาปลาเช่นกัน เป็นการสำรวจแหล่งปลาไปในตัวค่ะ) จากนั้นก็ล่องไปตามล่องน้ำอย่างชำนาญให้เราได้ดูธรรมชาติที่สวยงาม

 

ทุกอย่างดูสบายตา สวย สงบ เห็นนกนางนวลบินกันเป็นฝูงใหญ่โผลงโฉบปลา แล้วก็แปลงลีลาเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆ บินให้เราได้ยลโฉม แต่ธรรมชาติก็เริ่มทำให้เราประหลาดใจอยู่เรื่อยค่ะ นายท้ายหันหัวเรือเพื่อพาเรากลับโฮมสเตย์ เมื่อตอนมาท้องน้ำนั้นกว้างสุดลูกหูลูกตา แต่ตอนกลับนี่กลายเป็นเนินโคลนขนาดใหญ่ กินพื้นที่หลายไร่เลยทีเดียว จึงต้องใช้เวลามากกว่าเดิม (จะบอกว่าเป็น Unseen ลานโคลนผุดขึ้นกลางทะเลอีกที่จะได้ไหมคะเนี่ย) แรกๆ ก็งงค่ะ เพราะยังอยู่ไกลโฮมสเตย์ แต่ยิ่งเข้าใกล้ก็รู้ว่า มีเนินโคลนผุดขึ้นมาเนินใหญ่มาก (ถ้านายท้ายไม่ชำนาญล่องน้ำท่าทางตัวเล็กและทีมงานได้เทกระจาดเล่นโคลนแน่ๆ เลยค่ะ) ลานโคลนตรงนี้จะเห็นเฉพาะช่วงน้ำลดเท่านั้นค่ะ ซึ่งหากไม่ใช่คนเรือที่ใช้เส้นทางนี้บ่อยๆ ก็อาจเกยตื้นได้

 

เรือแล่นเข้าใกล้โฮมสเตย์ เรายิ่งเห็นว่าลำน้ำกว้างใหญ่ที่กั้นชุมชนโฮมสเตย์บ้านบางพัฒน์กับแผ่นดินใหญ่นั้นแคบลงทุกที (ใครนึกสนุกจะลงข้ามกันได้โดยไม่ใช้สะพานก็ได้นะคะ แต่ตรงกลางคลองน้ำน่าจะลึกค่ะ ใช้สะพานนะดีแล้ว) ยิ่งทำให้เราค่อนข้างจะปีนขึ้นจากเรือยากสักหน่อย แต่ก็ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของธรรมชาติที่นี่ค่ะ และฝั่งตรงข้ามโฮมสเตย์ก็จะเห็นการหา “เคย” (กุ้งที่ใช้ทำกะปิ) อยู่ริมตลิ่ง

 

และแล้วตัวเล็กและทีมงานก็ต้องเดินทางกลับกรุงเทพค่ะ แต่ก่อนจะไปมะและพี่สุกัญญาฝากรักมากับเมนูเด็ดอีกแล้วค่ะ “ขนมจีนน้ำยาปู” แค่ชื่อก็น้ำลายสอแล้ว ยิ่งได้หม่ำละก้อ....อื้ม....เติมไปหลายจานเลยค่ะ(หมดหม้อเลย) ทำเอาพวกเรายิ้มแก้มปริกันเลยทีเดียว อร่อย หวานเนื้อปู หอม เข้มข้น ต้องไปลองค่ะ...



...ปลื้มกับความอร่อยลิ้ม อิ่มอร่อยล้ำบรรยากาศกันที่บ้านบางพัฒน์โฮมสเตย์ ลองดูแล้วคุณจะรู้ บางพัฒน์ พัดหัวใจ (คุณ)ให้ติดกับ ...

สนใจติดต่อ คุณสุกัญญา วาหะรักษ์ บ้านบางพัฒน์โฮมสเตย์ 21 หมู่ที่ 8 ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000 โทรศัพท์ 086-277-0489 ,084-831-1540

Loading...

ท่องเที่ยววิถีพอเพียง อัพเดตล่าสุด